เวียดนามสั่งคุมเข้มนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน เลี่ยงภาษีอเมริกา

เวียดนามสั่งคุมเข้มนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน เลี่ยงภาษีอเมริกา

เวียดนามสั่งคุมเข้มนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน เลี่ยงภาษีอเมริกา

            เวียดนามสั่งคุ่มเข้าการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน ก่อนนำมาติดป้ายใหม่เป็น “เมด อิน เวียดนาม” เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีส่งออกสหรัฐฯ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนและอเมริกา ซึ่งเป็น 2 ประเทศมหาอำนาจทางเศรฐกิจโลก

โดยกรมศุลกากรเวียดนาม ได้ประกาศคำสั่งดังกล่าว ผ่านทางเว็บไซต์ว่า ทางรัฐบาลจะดำเนินการปราบปรามสินค้าจากจีนทั้งหมด ที่ติดป้ายอย่างผิดกฎหมายว่า “ถูกผลิตขึ้นในเวียดนาม” ทำให้บรรดาผู้ส่งออกที่หาทางเลี่ยงภาษีศุลกากร

ซึ่งเป็นวิธีที่ผู้ส่งออกหาทางเลี่ยงภาษีศุลกากร ในการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ จากมาตรการสั่งคุมเข้าดังกล่าว ทางศุลกากรเวียดนามก็ได้พบกรณีดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

การลักลอบนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมาในเวียดนามอย่างผิดกฎหมาย มีวิธีอย่างไร

การปลอมแปลงแหล่งกำเนิด และการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมาในเวียดนามอย่างผิดกฎหมายนั้น เกิดขึ้นได้บ่อยในสินค้าประเภทต่าง ๆ เช่น เสื้อผ้า อาหารทะเล สินค้าทางการเกษตร กระเบื้อง น้ำผึ้ง เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียมและผลิตภัณฑ์จากไม้ เป็นต้น

กรมศุลกากรของเวียดนามยังระบุอีกว่า ผู้ลักลอบนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนอย่างผิดกฎหมายบางส่วนนั้น จะดำเนินการเปลี่ยนหีบห่อบรรจุสินค้าใหม่ จากเดิมที่ผลิตจากจีนเปลี่ยนมาเป็นผลิตในเวียดนาม และหลังจากนั้น ก็ทำการยื่นใบรับรองแหล่งกำเนิดเวียดนาม เพื่อส่งสินค้าต่าง ๆ ที่กำการปลอมแปลงเรียบร้อยแล้วไปยังยังสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น

เตรียมออกบทลงโทษผู้ที่ลักลอบนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนเข้ามาในเวียดนาม

ด้วยปัญหาที่มีผู้ลักลอบนำเข้าสินค้าต่าง ๆ จากประเทศจีนเข้ามาในเวียดนามมากขึ้น จึงทำให้กรมศุลกากรของเวียดนามได้พัฒนากระบวนการในการระบุและกำหนดบทลงโทษต่าง ๆ กับธุรกิจต่างที่ดำเนินการละเมิดและฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าว

ทั้งนี้ เวียดนามได้กลายมาเป็นหนึ่งในประเทศ ที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด จากผลพวงของสงครามการค้าระหว่างปังกิ่งและวอชิงตัน เนื่องจากบรรดาธุรกิจต่าง ๆ กำลังขยับขยายห่วงโซ่อุปทานออกจากจีน เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร

จากความเคลื่อนไหวดังกล่าวนั้น พบว่ามีขึ้นในช่วงที่เศรฐกิจเวียดนามมีแนวโน้มเติมโตรวดเร็วมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน จากรายงานข้อมูลเชิงลึกทางเศรษฐกิจประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของสถาบันผู้สอบบัญชีตามกฎหมายในอังกฤษและเวลส์ ที่เผยแพร่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของเวียดนามจะเติบโต 6.7% ภายในปีนี้

ส่วนเศรษฐกิจต่าง ๆ ของบรรดาประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกเว้นเวียดนามนั้น จะต้องเผชิญกับภาวะขาลงของการส่งออกในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะเดียวกัน ด้านการส่งออกของเวียดนามก็ยังคงเติบโตต่อไป ถึงแม้จะชะลอตัวลงเมื่อปี 2561 ก็ตาม.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความ https://www.importchinathai.com/