เตรียมความพร้อม ก่อนใช้บริการรับเปิดบริษัทใหม่

เตรียมความพร้อม ก่อนใช้บริการรับเปิดบริษัทใหม่

เตรียมความพร้อม ก่อนใช้บริการรับเปิดบริษัทใหม่

            เวลามีแรงบันดาลใจอยากเริ่มทำธุรกิจสักอย่าง บ้างก็ให้รีบใช้บริการรับเปิดบริษัทใหม่เอาไว้ก่อน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เพราะยิ่งบริษัทมีอายุการจัดตั้งมานาน ๆ ก็ยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือได้มาก บ้างก็ว่าอย่างเพิ่งรีบไปเปิดบริษัทใหม่เลย เนื่องจากมันจะมีค่าใช้จ่ายตามมา ซึ่งทั้ง 2 แนวทางนั้นก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่หากต้องการเปิดบริษัทก็ต้องเตรียมความพร้อมให้ดีก่อน

ประการแรกคือ “ค่าใช้จ่าย” ที่ต้องมีพร้อมก่อนใช้บริการรับเปิดบริษัทใหม่

เรื่องเงินลงทุนและค่าใช้จ่ายเป็นสิ่งแรก ที่เวลาต้องการใช้บริการรับเปิดบริษัทใหม่ ซึ่งค่าใช้จ่ายนั้นก็ประกอบไปด้วย ค่าจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ประมาณ 10,000 – 15,000 บาท ค่าเช่าสำนักงาน ค่าจ้างพนักงงาน ค่าจ้างทำบัญชีและสอบบัญชี ค่าวัสดุสิ้นเปลืองสำนักงาน เป็นต้น ส่วนเงินลงทุนนั้น ต้องมีเงินสดเป็นเงินทุนหมุนเวียนด้วย ซึ่งหากเงินเก็บไม่เพียงพอ ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนทรัพย์สินไปเป็นทุน เช่น รถ บ้าน บัตรเครดิต

เมื่อค่าใช้จ่ายสำหรับใช้บริการรับเปิดบริษัทใหม่พร้อม ก็เข้าสู่ลำดับถัดไปดังนี้

1.เตรียมความรู้ – เวลาต้องทำการทำธุรกิจแล้วอยากใช้บริการรับเปิดบริษัทใหม่ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าต้องการให้บริษัทที่เปิดมายั่งยืน ควรจะมีความรู้ในเรื่องภาษีบัญชีด้วย และสิ่งสำคัญเลยก็คือความรู้ด้านธุรกิจรอบ ซึ่งเป็นอีกความพร้อมที่ช่วยส่งผลต่อการประสบความสำเร็จในอนาคต

2.ลูกค้า – สำหรับความจำเป็นด้านลูกค้านั้น บางทีอาจมาก่อนการเตรียมความรู้ หรือก่อนค่าใช้จ่ายและเงินลงทุน เพราะลูกค้าก็เสมือนการบังคับให้เปลี่ยนจากธุรกิจเจ้าเดียวมาเป็นบริษัท เนื่องจากลูกค้าต้องการใบเสร็จ หรือใบกำกับภาษี ซึ่งการออกใบเสร็จในนามของบริษัทนั้น สามารถช่วยสร้างความน่าเชื่อถือมากกว่าในนามบุคคล ดังนั้นแล้ว หากพบว่ามีฐานลูกค้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และมองการเติบโตในระยะยาว การเปิดบริษัทเป็นิติบุคคลก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

3.ต้องการใช้ประโยชน์จากการเปิดบริษัท – ข้อดีของบริษัทคือช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ หากจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากความน่าเชื่อถือ เพื่อหาตลาดและกลุ่มลูกค่า การเปิดบริษัทก็มีความจำเป็นมาก อย่างเช่น ฟรีแลนซ์ (Freelance) ที่ต้องดิวงานกับนิติบุคคล ซึ่งต้องใช้ความน่าเชื่อถือในรูปแบบบริษัท เพื่อช่วยในการติดต่อประสานงาน ประมูลงาน และรับงาน

4.ภาษี – ต้องมีรายได้สุทธิเท่าไหร่ จึงควรใช้บริการรับเปิดบริษัทใหม่ เพื่อช่วยในการประหยัดภาษี เพียงแต่การเทียบจำนวนเงินภาษีระหว่างบุคคลธรรมดาและบริษัทนั้น ไม่เพียงพอในการนำมาใช้เปิดบริษัท เนื่องจากบริษัทจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายด้านอื่น ๆ ด้วย

อาทิ ค่าจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ค่าใช้จ่ายจริงในการประกอบกิจการ ค่าใช้จ่ายในการทำบัญชี ค่าใช้จ่ายในการสอบบัญชี ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการด้านเอกสาร เป็นต้น ดังนั้นตัวเลขของบริษัทที่จะนำไปเปรียบเทียบกับภาษีบุคคลธรรมดา ต้องมีการบวกเพิ่มค่าใช้จ่ายทั้งหมดเหล่านี้ก่อน และถ้าพบว่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงกว่า ถึงจะพิจารณาจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้.