สินค้าไทยหลายชนิด โดนพ่อค้าจีนละเมิดเครื่องหมายการค้า

สินค้าไทยหลายชนิด โดนพ่อค้าจีนละเมิดเครื่องหมายการค้า

สินค้าไทยหลายชนิด โดนพ่อค้าจีนละเมิดเครื่องหมายการค้า

ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ประจำเมืองฮ่องกง ระบุว่า ทูตภานิชย์ไทยในจีนและฮ่องกง ได้รับข้อมูลการร้อนเรียนจากผู้ประกอบการสินค้าชาวไทยว่า มีการตรวจพบสินค้าหลากหลายชนิดจากประเทศไทย โดนพ่อค้าในจีนและฮ่องกงลักลอบผลิตขึ้นใหม่

ด้วยการผลิตเลียนแบบสินค้าไทย และเลียนแบบเครื่องหมายการค้าในสินค้าหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างกับสินค้าประเภทบริโภค ทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยาแก้ไอ นม ยาดม ยาหม่อง ชา เป็นต้น การกระทำเช่นนี้ ได้ทำสร้างความสับสนให้กับผู้บริโภคอย่างยิ่ง เพระคิดว่าเป็นสินค้าของประเทศไทยจริง ๆ ผู้ประกอบการไทยหลายรายจึงได้รับความเสียหายตามไปด้วย โดยเฉพาะการเผชิญกับยอดขายที่ตกต่ำลง

ถึงแม้เคยมีการกวาดล้างแล้ว ก็ยังคงมีการละเมิดเครื่องหมายการค้าอยู่

โดยในช่วงที่ผ่านมาการละเมิดเครื่องหมายการค้าก็ยังมีให้เห็นอยู่ ถึงแม้ทางทูตพานิชย์เคยมีการประสานกับหน่วยงานของจีนและฮ่องกง เพื่อแก้ไขปัญหาแล้วก็ตาม โดยมีการลักลอบทำกันในลักษณะของกองทัพมด ที่จะมีการเปิดโรงงาน หรือโกดังเคลื่อนที่เร็ว เพียงแค่ 2-3 เดือนก็สามารถย้ายแหล่งผลิตไปที่ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

ด้วยเหตุนี้ การละเมิดเครื่องหมายการค้าจึงยังมีอยู่ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถปราบปรามได้อย่างหมดจด ขณะเดียวกันก็มีผู้คนบางกลุ่มที่ใช้วิธีสั่งซื้อสินค้าจากไทยทีละ 2-3 ตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อนำมาเปิดเป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศจีน

หากพบว่าสินค้าดังกล่าวได้เสียงตอบรับดี ก็จะมีการลักลอบผลิตสินค้าเลียนแบบขึ้นมา โดยสินค้าเลียนแบบบางประเภทที่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบนั้น ก็มีบรรจุภัณฑ์ที่ดีกว่าสินค้าไทยและมีขายราคาขายที่สูงกว่า แต่เมื่อมองในภาพรวมแล้ว สินค้าเลียนแบบเหล่านั้นจะมีคุณภาพต่ำกว่าสินค้าตัวต้นแบบ

ไม่สามารถดำเนินการทางกฎหมายกับการละเมิดเครื่องหมายการค้าได้

ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ระบุว่า การเลียนแบบเครื่องหมายการค้าไทยนั้น ไม่สามารถเอาผิดทางกฎหมายได้ เนื่องจากไม่ใช่การก็อปปี้ แต่เป็นการเลียนแบบ ที่อาจมีบางส่วนแตกต่างกัน แต่เมื่อมองดูในภาพรวมแล้ว ก็จะพบว่ามีความใกล้เคียงกับสินค้าไทย หากมองเพียงผิวเผินก็จะแยกออกได้ยาก

ดังนั้น จึงอยากฝากผู้ประกอบการไทยที่ส่งสินค้าไปขายในประเทศจีน ฮ่องกง หรือประเทศอื่น ๆ ก็ตาม ควรดำเนินการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญหาให้เรียบร้อยเสียก่อน เพื่อจะได้รับความคุ้มครองก่อนวางขายสินค้า และช่วยป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญหา หากยังนิ่งนอนใจไม่ยอมจดทะเบียน แล้วมีผู้ประกอบการในจีน ฮ่องกง นำสินค้าของไทยไปชิงจดทะเบียนก่อน และผ่านการอนุมัติ จากหน่วยงายของจีนและฮ่องกง ผลลัพธ์ก็คือ ผู้ประกอบการไทยจะกลายเป็นผู้ละเมิดเสียเอง.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความ https://idgthailand.com/เครื่องหมายการค้า/