สหรัฐฯ เดินหน้าสร้างผนังคอนกรีตต้นแบบ กั้นชายแดนเม็กซิโก

สหรัฐฯ เดินหน้าสร้างผนังคอนกรีตต้นแบบ กั้นชายแดนเม็กซิโก

สหรัฐฯ เดินหน้าสร้างผนังคอนกรีตต้นแบบ กั้นชายแดนเม็กซิโก

            สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ผนังคอนกรีตกั้นชายแดนเม็กซิโกได้เริ่มก่อสร้างตัวต้นแบบ โดยผนังที่นำมากั้นชายแดนเม็กซิโก ซึ่งมีการผลิตจากคอนกรีต และผลิตจากวัสดุอื่น ๆ หรือวัสดุทางเลือก รวมแล้ว 4 แบบ ณ ขณะนี้ ได้ดำเนินการก่อสร้างอยู่หลายจุดใกล้กับเมืองซานดิเอโก

โดยในขั้นตอนการก่อสร้างผนังคอนกรีตกั้นชายแดนเม็กซิโกนั้น มีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นและรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้เดินทางมาวางกำลังอารักขากันเป็นจำนวนมาก ในขณะที่คนงานเริ่มขุดเจาะพื้นดิน ที่เขตชุมชนโอเทย์ เมซา ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดผ่านเข้า-ออก ระหว่างเมืองเมืองซานดิเอโกของสหรัฐฯ และเมืองติฮัวนาของเม็กซิโก

สำหรับกำแพงต้นแบบคาดว่าจะมีขนาดสูง 9 เมตร ยาว 9 เมตร และจะสร้างเสร็จภายในระยะเวลา 30 วันจากนั้นต้องใช้เวลาอีกถึง 3 เดือน เพื่อทำการประเมินแบบและประสิทธิภาพของกำแพง เช่น ความคงทนต่อการถูกเจาะด้วยเครื่องมือขนาดเล็ก เป็นต้น

ผนังคอนกรีตที่นำมาสร้างกั้นชายแดนเม็กซิโก มีมูลค่ากว่า 14.9 ล้านบาท

ผนังคอนกรีตตัวต้นแบบ ที่จะนำกั้นชายแดนเม็กซิโกแต่ละชิ้น มีงบประมาณสูงสุดจากรัฐบาลกลางสหรัฐฯ 450,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 14.9 ล้านบาท ทั้งที่ในช่วงก่อนหน้านี้เคยถูกคว่ำบาตรไปแล้ว และยังไม่มีข้อตกลงสำหรับงบประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 49.7 พันล้านบาท ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เรียกร้องขอจากรัฐสภา เพื่อนำมาใช้ในการก่อสร้างกำแพงจริง

โดยในช่วงตอนหาเสียง ประธานาธิบดีทรัมป์ เคยกล่าวไว้ว่าต้องการสร้าง “กำแพงสวยขนาดใหญ่” สำหรับนำมากั้นระหว่าง 2 ประเทศ รวมถึงยังให้สัญญาในตอนหาเสียงอีกด้วยว่า ค่าใช้จ่ายทั้งหมด จะให้ทางการเม็กซิโกเป็นผู้รับผิดชอบ

อัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย ไม่เห็นด้วยกับการสร้างผนังคอนกรีตกั้นชายแดน

ขณะนี้ แม้ว่าจะมีผู้ก่อสร้างผนังคอนกรีตต้นแบบถึง 4 บริษัท แต่ท้ายที่สุดแล้ว ก็คาดว่าจะมีตัวต้นแบบที่ออกมานั้น จะมีลักษณะเด่นของทั้ง 4 แบบมาผสมผสานกัน ทางด้านสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐอเมริกาได้ระบุว่าต้นแบบเหล่านี้ จะนำมาใช้เป็นแนวทางของมาตรฐานการออกแบบในอนาคต แล้วค่อย ๆ นำมาพัฒนาให้เป็นเป็นไปตามแนวทางที่กำหนดต่อไป

ประธานาธิบดีทรัมป์ เคยเสนอความคิดเห็นว่า บางส่วนของกำแพงควรทำให้โปร่งใสด้วย เพื่อให้ประชาชนสหรัฐฯ ไม่โดนถุงยาเสพติดที่มีคนจากฝั่งเม็กซิโกโยนข้ามมา พร้อมกับเสนอว่าให้ติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์บนกำแพงบางช่วงด้วย

อย่างไรก็ตาม ทางด้านอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนียก็ได้แสดงความไม่เห็นด้วย โดยมีการยับยั้งการก่อสร้างดังกล่าว พร้อมกับได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลแขวงกลางเมืองในซานดิเอโก ซึ่งได้อ้างว่าทางรัฐบาลได้ทำเกินกว่าขอบเขตอำนาจที่มี เนื่องจากการก่อสร้างที่ทำอยู่นั้น ไม่ได้ผ่านกระบวนการทบทวนด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และข้อกฎหมายอื่น ๆ .

สนุบสนุนข่าวสารโดย เว็บจำหน่ายผนังจากวัสดุคุณภาพ http://www.ecolite.co.th/