สถาบันมะเร็งวาโก้ จัดกิจกรรมต้านมะเร็งเต้านมระดับสากล

สถาบันมะเร็งวาโก้ จัดกิจกรรมต้านมะเร็งเต้านมระดับสากล

สถาบันมะเร็งวาโก้ จัดกิจกรรมต้านมะเร็งเต้านมระดับสากล

ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และกรรมการมูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เผยว่า การตรวจพบมะเร็งตั่งแต่ระยะแรกเริ่มต้น สามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ผู้ป่วยหายขาดได้มากขึ้น ด้วยเหตุนี้ จึงควรหมั่นตรวจสุขภาพ พร้อมกับศึกษาหาความรู้เรื่องโรคภัยไข้เจ็บใกล้ตัวและดูแลสุขภาพของตนเองอย่างสม่ำเสมอ

ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ จึงได้จัดกิจกรรมต้านมะเร็งเต้านมขึ้นมา ผ่านการผนึกกำลังกับมูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติและโครงการวาโก้โบว์ชมพู ซึ่งเป็นโครงการเพื่อสังคมภายใต้การดำเนินงานของบริษัท ไทยวาโก้ จำกัด มหาชน และคลินิกตรวจสุขภาพพิเศษ (Premium Check Up Clinic)

สำหรับกิจกรรมต้านมะเร็งดังกล่าว เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเล็งเห็นความสำคัญในการตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม ที่ปัจจุบันจัดเป็นวิธีการตรวจที่ทรงประสิทธิภาพสูงสุดในการตรวจพบมะเร็งเต้านมที่มีขนาดเล็กเพียง 2 ม.ม. ซึ่งถือเป็นมะเร็งระยะเริ่มแรกที่ร่างกายไม่แสดงให้เห็นถึงอาการผิดปกติ

โครงการต้านมะเร็งนี้ ผู้หญิงเข้าตรวจฟรี

โครงการวาโก้โบว์ชมพูฯ ได้ร่วมสนับสนุน งบรวม 1,000,000 บาท ให้กับโครงการต้านมะเร็งดังกล่าว เพื่อนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ฟรี ให้กับประชาชนที่มารับบริการตรวจสุขภาพในโปรแกรม Checkup Gold ณ คลินิกตรวจสุขภาพพิเศษ 460 คน โดยมุ่งหัวงให้สุภาพสตรีตื่นตัวในการดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น

นอกจากนี้ ทางสถาบันยังมีการจัดนิทรรศการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคมะเร็งเต้านมทุกขั้นตอน ไล่ตั่งแต่การสอนวิธีตรวจคลำมะเร็งเต้านม สังเกตสัญญาณเตือนบ่งชี้การเกิดโรค ไปจนถึงวิธีปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตด้านอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อให้ได้มาซึ่งสุขภาพที่แข็งแรง ที่บริเวณลาน OPD ชั้น 1 อาคารดำรงนิราดูร

มีการเปิดตัวรถเอกซเรย์ ภายในโครงการต้านมะเร็ง

ภายในงานต้านมะเร็งดังกล่าว พบว่าทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติยังได้ถือโอกาศเปิดตัวรถเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ระบบดิจิตอลและอัลตราซาวด์ คันที่ 2 อีกด้วย รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ซึ่งรถที่นำมาเปิดตัวนั้น มีการใช้ระบบอัลตราซาวด์เต้านมอัตโนมัติ ที่มีความทันสมัยที่สุดในยุคปัจจุบัน และเป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ไม่มีความจำเป็นต้องมีรังสีแพทย์ประจำรถ ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรได้เป็นอย่างดี

ทำให้สามารถขับรถออกตรวจตราและให้บริการประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลอย่างทั่วถึง และออกตรวจตามต่างจังหวัดก็ทำได้มากขึ้น นอกจากนี้ ตัวรถยังมีการติดตั้งระบบไฮดรอลิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุและผู้พิการขึ้นลงรถลำบาก ควบคู่กับการนำแอพพลิเคชั่นระบบนัดคิวมาใช้งาน เพื่อช่วยแจ้งเตือนอัตโนมัติให้กับทุกคนทันที เมื่อถึงคิวนัดหมาย ถือเป็นการเพิ่มความสะดวกให้กับคนที่มาใช้บริการ.