ภาคเอกชนละทิ้งสิงคโปร์ แห่ไปจดทะเบียนบริษัทที่ฮ่องกง

ภาคเอกชนละทิ้งสิงคโปร์ แห่ไปจดทะเบียนบริษัทที่ฮ่องกง

ภาคเอกชนละทิ้งสิงคโปร์ แห่ไปจดทะเบียนบริษัทที่ฮ่องกง

            บริษัทสัญชาติสงคโปร์ หนีไปจดทะเบียนบริษัทที่ประเทศฮ่องกง ชี้บริษัททางการเงินปักหลักตลาดฮ่องกง ส่วนทางด้านบริษัทด้านอสังวหาริมทรัพย์ต่างก็ชอบสิงคโปร์มากกว่า รายงานจากสำนักงานบลูกเบิร์กเผยว่า “ซีทีอาร์ โฮลดิ้ง” ผู้ให้บริการด้านวิศวกรรมสัญญาติสิงคโปร์รายที่ 2 ที่ได้ตัดสินใจละทิ้งประเทศบ้านเกิดและเลือกย้ายไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทที่ฮ่องกงแทน ถึงแม้ยังคงมีปัญหาผู้ประท้วงคุกรุ่นอยู่ก็ตาม

นอกจากนี้ รายงานยังได้เผยอีกว่า ปี 2562 ที่ผ่านมีบริษัทจากสิงคโปร์ย้ายไปจดทะเบียนบริษัทที่ฮ่องถึง 10 รายด้วยกัน ซึ่งช่วยให้ตลาดหุ้นของฮ่องกงมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 155 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 4,700 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้นของมูลค่าถึงร้อยละ 25 เมื่อเปรียบกับตัวเลขในปี 2561

สิงคโปร์หันไปจดทะเบียนบริษัทที่ฮ่องกง เพราะแรงดึงดูดจากรัฐบาลฮ่องกง

ฮ่องกงและสิงคโปร์ต่างก็แข่งขันกันเป็นเบอร์หนึ่ง ในด้านการเป็นศูนย์กลางการเงินในเอเชียมาโดยตลอด แต่ภายหลังจากที่ฮ่องกงได้เสียบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง “อาลีบาบา” ในปี 2557 ให้กับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ทางรัฐบาลฮ่องกงก็ได้ประกาศใช้มาตรากาชุดใหม่ออกมาเพื่อรองรับเหตุการณ์นี้

โดยมาตรการดังกล่าว ได้ช่วยดึงดูดบริษัทต่างประเทศให้ไปจดทะเบียนบริษัทที่ฮ่องกงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการอนุญาติให้บริษัทที่ออกหุ่นสองระดับ (Dual class shares) ที่สามารถให้บริษัทจากต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของฮ่องกงได้

จากมาตรการดังกล่าว จึงทำให้ผู้เล่นรายใหญ่อย่างบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟน “เสี่ยวหมี่” และบริษัทด้านการส่งอาหารอย่าง “เหม่ยถวน เตี่ยนผิง” ต่างก็เข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ด้วยมูลค่าการเสนอขายหุ้นใหม่ให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (Initial public offering: IPO) ด้วยจำนวนสูงถึงพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สิงคโปร์มีการปรับเปลี่ยนภายใน อีกเหตุผลที่มีการไปจดทะเบียนบริษัทที่ฮ่องกงเพิ่มขึ้น

นอกจากมาตรของฮ่อง ที่ดึงดูดให้สิงคโปร์หันไปจดทะเบียนบริษัทมากขึ้นแล้ว ทางด้านสิงคโปร์เองก็มีปรับเปลี่ยนเกณฑ์เรื่องโครงสร้างการลงคะแนนตามหลังฮ่องกงไม่นาน แต่กลับได้ผลลัพธ์ไม่เป็นที่น่าพอใจมากนัก อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์ก็ยังคงได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากบริษัทในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์สูงกว่าร้อยละ

ด้านสิงคโปร์ที่ปรับปลี่ยนเกณฑ์เรื่องโครงสร้างการลงคะแนนตามหลังฮ่องกงไม่นาน กลับไม่ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจมากนัก อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์ยังคงได้รับความเชื่อใจจากบริษัทในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์สูง กว่าร้อยละ 98 ของมูลค่าการระดมทุน 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (66,500 ล้านบาท) ขณะเดียวกันที่ฮ่องกงก็เพิ่งเห็นการเข้ามาของ IPO ในกลุ่ม REIT เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาจากบริษัทสัญชาติจีน

รายงานจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กชี้ว่า เม็ดเงินระดมทุนในบริษัทนอกภาคอสังหาริมทรัพย์ ในตลาดหลักทรัพย์ของสิงคโปร์ เป็นเพียงแค่เศษเงินการระดมทุนหากนำมาเปรียบกับฮ่องกง โดย 6 6 บริษัทที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม REIT ของสิงคโปร์ ได้มีการระดมทุนเป็นจำนวนเงิน 31.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 965 ล้านบาท ในปี 2562 ที่ผ่านมา หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 21 จากเงินระดมทุนของบริษัทสัญชาติสิงคโปร์ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง.

ขอบคุณข่าวสารดี ๆ ที่นำมาให้อ่าน https://www.accountchannels.com/