แมลง คือจุดเริ่มต้นของน้ำหอมฟีโรโมน

แมลง คือจุดเริ่มต้นของน้ำหอมฟีโรโมน

แมลง คือจุดเริ่มต้นของน้ำหอมฟีโรโมน

            น้ำหอมฟีโรโมน” ที่กำลังฮิตทั่วบ้านเมืองอยู่ในทุกวันนี้ มีจุดเริ่มต้นจากการสังเกตุพฤติกรรมของเหล่า “แมลง” จนค้นพบว่า แมลงบางชนิด มีความสามารถในการปล่อยสารชนิดหนึ่งออกมา เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเพศตรงข้าม

สำหรับสารชนิดนี้ ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของน้ำหอมฟีโรโมน โดยเฉพาะพฤติกรรมบางอย่างของแมลงที่ถูกใช้ร่วมกับฟีโรโมนอย่างมหัศจรรย์ เช่น พฤติกรรมการผสมพันธุ์ของผึ้งนางพญากับผึ้งตัวผู้ ที่จะบินออกไปรวมกลุ่มกันก่อนเสมอที่บริเวณ “จุดรวมผึ้งตัวผู้” ทันทีที่ได้รับกลิ่นฟีโรโมนจากผึ้งนางพญา

ความพิเศษของน้ำหอมฟีโรโมน

น้ำหอมฟีโรโมน คือน้ำหอมที่สร้างเลียนแบบ ฟีโรโมน (Pheromone) ซึ่งเป็นสารเคมีชนิดหนึ่ง ที่สามารถพบได้ในสัตว์และพืช ไปจนถึงมนุษย์ก็สามารถผลิตฟีโรโมนขึ้นเองได้เช่นกัน ด้วยการหลั่งหรือขับออกมา ทำให้เกิดการกระตุ้นและตอบสนอง ส่งผลต่อพฤติกรรมโดยตรงของสิ่งมีชีวิตในสปีชี่ส์เดียวกัน

น้ำหอมฟีโรโมน จึงเปรียบเสมือนสารเคมีรูปแบบหนึ่ง ที่สามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบแตกต่างกันออกไปตามสถานการณ์ เช่น ฟีโรโมนเตือนภัย ฟีโรโมนย่อยอาหาร ฟีโรโมนเพศ เป็นต้น โดยเฉพาะฟีโรโมนเพศที่สามารถกระตุ้นปลายประสาทบางส่วนในสมองได้ ส่งผลให้มนุษย์มีพฤติกรรมและปฏิกิริยาต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป

นอกเหนือจากน้ำหอมฟีโรโมนแล้ว ยังมีน้ำหอมกลิ่นแปลก ๆ ที่ถูกคิดค้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะ น้ำหอมกลิ่นอวัยวะใต้ร่มผ้า ที่ที่สร้างขึ้นจากความตั้งใจของนักปรุงน้ำหอม ที่ต้องการให้มีกลิ่นที่คล้ายกับเป้ากางเกงผู้ชาย โดยมีส่วนผสมของกลิ่นกล้วยไม้และเห็ดทรัฟเฟิลเป็นหลัก

อ้วกวาฬ ส่วนประกอบล้ำค่ำของน้ำหอมฟีโรโมน

ส่วนประกอบล้ำค่าของน้ำหอมฟีโรโมน และน้ำหอมทุกประเภทอย่าง Ambergris อ้วกวาฬ หรืออำพันแห่งท้องทะเล ที่ได้มาจาการขับถ่ายของ “วาฬหัวทุย” โดยในตอนแรกนั้น อ้วนวาฬจะมีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง แต่เมื่อเกิดปฏิกิริยากับอากาศและแสงแดดในเวลาที่เหมาะสม ก็จะกลายมาเป็นก้อนแข็งสีขาว น้ำตาล เทา หรือสีดำ

เมื่ออ้วกวาฬออกมาเป็นก้อนแล้ว ก็จะได้ส่วนประกอบของน้ำหอมฟีโรโมน ที่มีความล้ำค่าอย่างยิ่ง เนื่องจากกลิ่นเหม็นได้ถูกชะล้างออกไปหมด จนกระทั่งเหลือแค่เพียงกลิ่นหอม คล้ายสารจำพวกน้ำมัน “หอมระเหย” ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการสกัดหัวน้ำหอม หรือนำไปแต่งกลิ่นในอาหารหรือเครื่องดื่ม จัดเป็นสิ่งของที่ตลาดมีความต้องการสูง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ “อ้วกวาฬ” หรืออำพันแห่งท้องทะเล มีมูลค่าสูงมากถึงกิโลกรัมละหลายหมื่นบาท เรียกได้ว่ามีราคาสูงมากพอ ๆ กับทองคำเลยทีเดียว