เร่งเสนอโครงการ“พวาโมเดล”รั้วเหล็กกันช้างป่าเขตรอยต่อ 5 จังหวัด

เร่งเสนอโครงการ“พวาโมเดล”รั้วเหล็กกันช้างป่าเขตรอยต่อ 5 จังหวัด

เร่งเสนอโครงการ“พวาโมเดล”รั้วเหล็กกันช้างป่าเขตรอยต่อ 5 จังหวัด

            หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เร่งนำเสนอโครงการ “พวาโมเดล” ให้รัฐบาลนำมาใช้แก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุก เพื่อเข้าไปหากินตามพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านบริเวณรอบพื้นที่ป่าตะวันนออก ครอบคลุม 5 จังหวัด ด้วยงบประมาณรวมกว่า 1,300 ล้านบาท หลังจากเคยนำมาตราการเฝ้าระวังช้างป่ามาใช้แต่ไม่ผลสำเร็จ

จึงต้องมีการจัดสร้างรั้วเหล็กขึ้นมาพร้อมกับคูกั้นช้าง ที่มีระยะความยาวกว่า 522 เมตร นำมาล้อมรอบแนวเขตป่า “เขาอ่างฤาไน” บริเวณ ต.ขุนช่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เพื่อใช้เป็นการทดลองมาตรการป้องกันช้างป่า จากข้อมูลในตลอดช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีช้างป่าจำนวนมากกว่า 200 ตัว จากทั้งหมดกว่า 446 ตัว ที่อยู่อาศัยกระจัดกระจายอยู่ตามผืนป่าตะวันออก ที่ได้บุกรุกเข้ามาจนก่อให้เกิดความเสียหายเดือดร้อนต่อการเกษตรของชาวบ้าน

จากสถิติย้อนหลัง 4 ปี ที่มีผู้เข้าร้องเรียนอันเนื่องมากประสบภัยช้างป่า ต.ขุนซ่อง พบว่ามีความถี่ในการก่อเหตุเป็นจำนวนทั้งหมด 49 ครั้ง จนส่งผลให้เสียชีวิต 4 คนและพิการอีก 1 คน พร้อมกับพื้นที่ทางการเกษตรของชาวที่ได้รับความเสียหายมากกว่า 331 ไร่ หรือคิดเป็นมูลค่าความเสียหายให้กับภาครัฐฯเป็นจำนวนเงิน 500,000 บท

การทดลองขั้นต้นพบว่ารั้วเหล็ก ช่วยคลี่คลายปัญหาช้างบุกรุกลงอย่างเห็นได้ชัด

นายเดชา นิลวิเชียร หัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤไน เผยว่า หลังจัดสร้างรั้วเหล็กขึ้นมาพร้อมกับคูกั้นช้างป่า พบว่าปัญหาทุกอย่างเริ่มคลี่คลานลงแล้ว โดยสามารถสังเกตเห็นได้จากรอยการเดินของช้างป่า ที่ทุกวันนี้ไม่พบเจอช้างป่าข้ามถิ่น เพื่อเข้าไปบุกรุกตามพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านในบริเวณนี้แล้ว

แต่ทว่า งบประมาณสำหรับจัดสร้างรั้วเหล็กและคูกั้นช้างที่สูงกว่า 500,000 บาท บวกกับระยะทางที่สามารถทำได้ในระยะเพียง 500 เมตร ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้วิธีการแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกลักษณะนี้ ยังไม่สามารถดำเนินการสร้างให้ครอบคลุมได้ทั่วถึงทุกพื้นที่

แต่ด้วยความสำเร็จเล็กน้อยที่เกิดขึ้นนี้ จึงได้กลายเป็นต้นแบบการก่อสร้างแนวป้องกันช้างขึ้นมา ในแนวเขตป่าตะวันออกของ 3 จังหวัด คือ จ.ฉะเชิงเทรา จ.สระแก้ว ไปจนถึง จ.จันทบุรี รวมเป็นระยะทางกว่า 551.6 กิโลเมตร อย่างไรก็ตามแก้ไขปัญหาด้วยวิธีนี้ ยังอยู่ในลักษณะต่างคนต่างทำ ด้วยเหตุนี้ จึงยังไม่สามารถเชื่อมต่อให้เห็นภาพรวมของปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วทั้งผืนป่าได้

ความสำเร็จจากการสร้างรั้วเหล็กและคูกั้นช้าง นำมาซึ่งการต่อยอดโครงการพวาโมเดล

ความสำเร็จของการทดลองที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ถูกนำมาต่อยอดให้กับโครงการพวาโมเดล เพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาให้มีความครอบคลุมทั่วทั้งผืนป่าตะวันออก 5 จังหวัด ภายใต้ชื่อว่า “พวาโมเดล” โดยเฉพาะแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าใน ต.พวา ที่ได้ถูกนำมาเป็นต้นแบบการก่อสร้าง โดยแผนของโครงการดังกล่าว ถูกแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้

1.สร้างแหล่งอาหารและแหล่งน้ำที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตของช้างที่อาศัยอยู่ในป่าเขาอ่างฤาไน

2.ก่อสร้างรั้วเหล็ก พร้อมกับคูกั้นช้างทั่วเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน 683,750 ไร่ ให้ครอบคลุมทั้ง 5 จังหวัด รวมถึงเส้นการสร้างทางสำหรับช้างเดินในระยะทาง 7 กิโลเมตร เพื่อให้ช้างสามารถลงไปกินน้ำบริเวณอ่างประแกดได้ เพราะพื้นที่ตรงนี้แต่เดิมเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของช้าง ก่อนถูกพัฒนาขึ้นเป็นอ่างเก็บน้ำ

3.การต้อนช้างกลับเข้าป่า

“โดยคาดการณ์ว่าโครงการนี้ อาจสำเร็จลุล่วงภายในระยะเวลาไม่ถึง 10 ปีเท่านั้น แต่อาจต้องใช้งบประมาณก่อสร้างสูงถึง 1,300 ล้านบาท.