ผลวิจัยเผย พันธุกรรมคือปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยให้คนเรียนเก่ง

ผลวิจัยเผย พันธุกรรมคือปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยให้คนเรียนเก่ง

ผลวิจัยเผย พันธุกรรมคือปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยให้คนเรียนเก่ง

            พ่อแม่และผู้ปกครองล้วนมีความปรารถนาอยากให้ลูกของตน “เรียนเก่ง” เรื่องผลการเรียนจึงเป็นเรื่องใหญ่เสมอ ดังนั้น จึงต้องพยายามกวดขันให้เด็ก ๆ มีวินัยและขยันในการเรียนมากขึ้น รวมถึงปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับเด็ก เพื่อผลการเรียนที่ดีขึ้น

แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง เมื่อผลวิจัยล่าสุดชี้ว่า สิ่งเหล่านี้ ไม่ได้มีความจำเป็นมากนัก นั่นเป้นเพราะเด็กแต่ละคน ล้วนเกิดมาพร้อมกับพันธุกรรมเฉพาะตัว ซึ่งเป็นตัวกำหนดระดับความสำเร็จทางวิชาการของพวกเขาเหล่านั้นอยู่แล้ว

พันธุกรรมส่งผลอย่างไรบ้างเกี่ยวกับการเรียน

ผลวิจัยชิ้นนี้ ได้ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Science of Learning โดยมีเนื้อหาดังนี้ จากผลการเฝ้าติดตามและศึกษาเด็กฝาแฝดจำนวน 6000 คู่ แสดงให้เห็นว่า ปัจจัยทางพันธุกรรมหรือยีนที่เด็กแฝดเหล่านี้มีเหมือนกัน 100% ถือเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลมากที่สุดในการกำหนดผลการเรียน

โดยยีนส์พันธุกรรมดังกล่าว จะส่งผลควบคุมระดับการทำคะแนะอย่างสม่ำเสมอ ตั่งแต่เริ่มเข้าเรียนในชั้นประถมไปจนจบมัธยมปลาย นักจิตวิทยาหนึ่งในผู้ร่วมทีมวิจัยเผยว่า “ความแตกต่างในเรื่องความสำเร็จทางการศึกษาของเด็กจำนวน 2 ใน 3 สามารถอธิบายได้ด้วยความแตกต่างทางพันธุกรรมในระดับยีนและดีเอ็นเอ”

ไม่มีสิ่งใดมีอิทธิพลต่อการเรียนได้เท่าพันธุกรรม

ทีมนักวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ผลสอบในทุกระดับชั้นและทุกวิชาที่มีกลุ่มเด็กฝาแฝดเข้าร่วมทดลอง จากนั้นนำไปเปรียบเทียบกับปัจจัยทางด้านแวดล้อมอื่น ๆ ผลปรากฏว่าปัจจัยทาง “พันธุกรรม” มีอิทธิพลมากที่สุดต่อผลการเรียนถึง 70% อีกทั้งยังให้ผลเป็นระดับคะแนนที่สม่ำเสมอตลอดไปจนจบการศึกษาภาคบังคับ ขณะเดียวกันปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่บ้านส่งผลต่อการเรียนเพียงแค่ 25% ส่วนปัจจัยแวดล้อมที่ต่างกันมีผลประมาณ 5%

พันธุกรรมไม่ได้ส่งผลทำให้เก่งมาแต่กำเนิด

นักวิจัยเผยว่า ผลการทดลองดังกล่าว ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่าการเป็นคนเรียนเก่งถูกกำหนดมาแล้วตั่งแต่เกิด 100% เนื่องจากระดับสติปัญญาเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ช่วยให้การเรียนประสบความสำเร็จ ซึ่งพันธุกรรมเปรียบเหมือนปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้การเรียนดีขึ้น 60-70%

อย่างไรก็ตาม ในวันข้างหน้าอาจมีการเก็บรวบรวมข้อมูลทางพันธุกรรมที่เป็นตัวกำหนดผลการเรียน จากนั้นนำมาสร้างแบบทดสอบเฉพาะเพื่อให้รับรู้ได้ว่า มีเด็กคนใดบ้างที่ต้องการความช่วยเหลือในการเรียนเป็นพิเศษ ซึ่งสิ่งนี้สามารถทำให้ผู้ปกครองและคุณครูทราบได้เร็ว จึงลงมือแก้ไขปัญหาได้ทันทีตั้งแต่วัยต้นชีวิต