งัดหลักสูตรงานชุมชม เพื่อพยาบาลและเรียนผู้ช่วยพยาบาล รับมือสังคมผู้สูงวัย

งัดหลักสูตรงานชุมชม เพื่อพยาบาลและเรียนผู้ช่วยพยาบาล รับมือสังคมผู้สูงวัย

งัดหลักสูตรงานชุมชม เพื่อพยาบาลและเรียนผู้ช่วยพยาบาล รับมือสังคมผู้สูงวัย

            สภาพยาบาลวิตก ไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ งัดหลักสูตรชมชน สำหรับเรียนผู้ช่วยพยาบาลและพยาบาล ตั้งเป้าผลิตบุคลากรทให้มีศักยภาพ มีความพร้อมลงพื้นที่ปฏิบัติงานและดูแลประชาชนให้ได้ทั่วถึงยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในชุมชนเป็นหลัก หลักสูตรนี้จึงจำเป็นกับพยาบาลและเรียนผู้ช่วยพยาบาล

รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง นายกสภาการพยาบาล เผยว่า หลักสูตรนี้จำเป็นกับพยาบาลและเรียนผู้ช่วยพยาบาลอย่างยิ่ง อันเนื่องมาจากแนวโน้มของสังคมไทย ที่กำลังก้าวเข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุ ณ ตอนนี้มีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุมากกว่า 16% ของจำนวนประชากรทั้งหมด และกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสวนทางกับอัตราการเกิดที่ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

ส่งผลให้ภายในภาคหน้า ปัญหาสุขภาพส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับผู้สูงอายุเป็นหลัก โดยในส่วนของสภาการพยาบาล ได้ตระหนักและมองเห็นความสำคัญ ในการดูแลสุขภาพของประชากรกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว ไล่ตั้งแต่กระบวนการป้องกัน ไปจนถึงกระบวนการส่งเสริมสุขภาพ สำหรับการดูแลผู้สูงอายุที่ต้องการพึ่งพิง

ด้วยเหตุนี้ สภาการพยาบาลจึงได้วางยุทธศาสตร์ให้กับพยาบาลและเรียนผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งเน้นไปที่การผลิตบุคลากรทางการแพทย์ ที่มีความพร้อมและความสามารถในการดูแลผู้สูงอายุเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นตามสถานบริการ หรือในชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน ที่จัดว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เพราะผู้สูงอายุส่วนใหญ่ในเมืองไทยจะพักอาศัยอยู่ที่บ้านเป็นหลัก

หลักสูตรสำหรับพยาบาลและเรียนผู้ช่วยพยาบาล เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง

ทั้งนี้ หลักสูตรสำหรับพยายาลและเรียนผู้ช่วยพยาบาลเดิมนั้น จะเน้นหนัดไปการผลิตบุคลากร เพื่อเข้ามาช่วยพยาบาลทำงานตามสถานประกอบการหรือโรงพยาบาลต่าง ๆ เป็นหลัก แต่นับจากนี้ไป ต้องเปลี่ยนแปลงหลักสูตรให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากร ก่อนออกไปดูแลผู้สูงอายุตามบ้านและในชุมชน

สำหรับอัตราจำนวนบุคลากรที่เพียงพอกับความต้องการ พบว่าประเทศไทยมีตำบลมากกว่า 8,000 แห่ง ดังนั้น หากต้องการให้มีผู้ช่วยพยาบาลลงไปดูแลได้ครบทั่วถึงทุกหมู่บ้าน ตำบล 1 แห่งจะต้องมีผู้ช่วยพยาบาล 10 คน แต่ทว่า ในระยะเวลาเริ่มต้นอาจจะเริ่มที่ตำบลละ 2-4 คนก่อน แล้วเพิ่มขึ้นจนกระทั่งครบ 16,000 คน

ตัวเลขดังกล่าวนี้ สภาการพยาบาลและโรงเรียนพยาบาลกว่า 80 แห่งทั่วประเทศ สามารถผลิตบุคลากรให้ครบได้ภายในระเวลา 2 ปี หากอยากเพิ่มจำนวนขึ้น ก็ทำได้อีกตามความต้องการ โดยปัจจุบันมีหลายตำบลที่ดำเนินงานร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ.